ค้นหาเพลง
ฟัง เพลงใหม่ ที่นี้
S! Radio
The Rhythm Traveler
เพลง รักเขาไปก่อนดีไหม
ศิลปิน พีท พีระ
อัลบั้ม The Rhythm Traveler
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้
เพลงใหม่ โค้ดเพลง MV
ฟังเพลงออนไลน์
เพลงอกหัก

Archive for the ‘ฟังเพลงออนไลน์’ Category

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ เสียงทรงพลังเขย่าเวที The Voice Thailand Season 2 ครึ่งทางรอบ Battle

“เพลงอกหัก” เสียงทรงพลังเขย่าเวที The Voice Thailand Season 2

เดินทางผ่านครึ่งแรกของรอบ Battle หลังจากการเชือดเฉือนทางเสียงร้องเพื่อกระชากตั๋วเข้าสู่รอบ Knock Out  ยังคงดุ เด็ด เผ็ด และมันส์สาแก่ใจแฟนเพลง และแน่นอนกติกาการ Steal ก็ออกฤทธิ์ให้เห็นว่า ใครที่เจ๋งจริง ถึงจะเป็นฝ่ายพ่ายในเกมส์แต่ก็ยังสามารถกลับเข้าสู่เกมส์ที่คุณถนัดได้อีกครั้งด้วยเสียงที่ฝากความประทับใจเอาไว้ เช่นกรณีของ ต้าร์ และ สงกรานต์ ที่กระแสฮือฮาทางโลกไซเบอร์ว่าไม่อยากให้ทั้งคู่ตกรอบแบบ “รักพี่เสียดายน้อง” นั้นก็ได้รับการเยียวยาด้วยการ Steal ของโค้ชถึง 3 คน และกรณีของ กิต กับ เบ็น ที่ยืนยันจากเสียงของมหาชนและโค้ชว่า ทั้งคู่สมควรมีพื้นที่ยืนในรายการต่อไป

สำหรับเทปที่สามของรอบ Battle ที่จะออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายนนี้ บอกได้เลยว่าความมันส์ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าสองเทปที่ผ่านมา โดยเฉพาะเฉพาะไฮไลท์ของเทปนี้อยู่ที่การ Battle 2 แมทช์ แมทช์แรกเป็นการปะทะกันของเงาเสียงราชาเพลงร็อคแอนด์โรล หนุ่มอั้มพ์ ณภัทร แก้วดวงใจ ปะทะหนุ่มมาดเซอร์ป้อย สิทธา นิยมเหมา และอีกคู่ที่เป็นที่จับตามองของแฟนรายการ นั่นคือนักร้องระดับดีกรีแชมป์ประเทศไทยเก่ง ณัฐิฏา ศรียานนท์ ปะทะสาวสวยเสียงดีเครดิตเยี่ยม ฟางข้าว ณัชชา จิตตานนท์ ที่ทั้งสองคู่ต่างงัดกลเม็ดทางน้ำเสียงมาห้ำหั่นกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ส่วนที่ว่าจะเข่นกันมันส์แค่ไหนอย่างไร ติดตามชมความสนุกและลุ้นการออกฤทธิ์ของกติกา Steal ในรอบ Battle กับ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เวลา 17.45-19.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

 

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ โอปอล์ หนุ่มหล่อแห่ง The Voice Thailand Season 2

“เพลงอกหัก” โอปอล์ หนุ่มหล่อแห่ง The Voice Thailand Season 2

ใช่ว่าจะมีแต่หนุ่มๆ ที่ตกหลุมรัก ตุ๊กตา The Voice จนสมัครเป็นแฟนรายการ  กันทั่วไทย แต่สาวๆ ที่ติดตามชมรายการมาตั้งแต่เทปแรก ก็น่าจะมีหนุ่มหน้าใสเสียงสะกดใจคนนี้เป็นคนโปรดประจำซีซั่นเช่นกัน

โอปอล์ ประพุทธ์ พิมพามา หนุ่มหล่อจากทีมโค้ชก้อง ที่แม้จะมีความเป็นร็อคไม่เท่าหนุ่มๆ คนอื่นในทีม แต่เอกลักษณ์ในน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ มีลูกอ้อนที่เหลือร้าย นับจากสัปดาห์แรกที่ผ่านเข้ารอบ Blind Audition มาจนถึงรอบ Battle ในสัปดาห์ที่ผ่านมากับหนุ่มเสียงพริ้ว อ้น กันณพงศ์ ธาระเขตร์ ที่่ทั้งคู่ร้องเพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ในรอบนั้น ทำเอาหลายคนเคลิบเคลิ้มและสมหวังกองเชียร์ที่ทั้งคู่ยังไม่มีใครต้องเดินออกจากรายการ

“เขาหล่อมาเลย ผมก็ยาว ใจผมก็คิด แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้” เป็นความรู้สึกของ อ้น หลังจากรู้ว่าจะต้องได้มาแบทเทิลกับกับหนุ่มโอปอล์ ซึ่งต่างคนต่างก็ยอมรับในความสามารถของกันและกัน ทั้งคู่ทำโชว์ออกมาได้สุดยอดจนผู้ชมและโค้ชทั้งสี่สัมผัสได้

โอปอล์ ปัจจุบันอายุ 25 ปี มีงานประจำคือร้องเพลงและเล่นดนตรีอยู่ที่ร้าน Share of Mind Pub & Restaurent ซึ่งร้านนี้มีแนวโน้มว่าอาจจะกลายเป็นศูนย์รวมของนักร้อง The Voice ที่สามารถเรียกลูกค้าได้เต็มร้าน เพราะยังมีทั้งหนุ่มร็อค แซม เสริมศาสตร์ เดอโรซาริโอ และ หนุ่มปาล์ม นิติภูมิ ภู่กฤษณา จากทีมโค้ชคิ้ม ที่เป็นนักร้องประจำของร้านนี้อีกด้วย ลองมาย้อนอดีตดู โอปอล์ ก่อนจะมาเป็นหนึ่งใน The Voice อย่างทุกวันนี้ ว่าหนุ่มเสียงดีเขามีพรสวรรค์และฝีมือติดตัวมาไม่น้อยหน้าคนอื่นเลยจริงๆ

รวมเพลงฮิต ศิลปิน The Voice ไว้ที่นี่!!

โอปอล์ ในมาดหนุ่มผมยาวกับการคัฟเวอร์เพลง I Can’t Tell You Why เมื่อสองปีก่อน

 

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม


 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ 6-2-13 Dance Fever เล่นใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ยันเวทีสุดอลังการ 360 องศา

“เพลงอกหัก” 6-2-13 Dance Fever เล่นใหม่ ใหญ่กว่าเดิม

ความสนุกระดับปรากฏการณ์จะกลับมาปลุกเหล่าบรรดาขาแด๊นซ์อีกครั้ง ในคอนเสิร์ต 6-2-13 Dance Fever เล่นใหม่ ใหญ่กว่าเดิม เมื่อศิลปินเจ้าพ่อและเจ้าแม่เท้าไฟระดับพระกาฬอย่าง มอส ปฏิภาณ, ทาทา ยัง, คริสติน่า อากีลาร์, เจ เจตริน วรรธนะสิน, นัท มีเรีย และ ยูเอชที ชวนเหล่ารุ่นน้องสุดแซ่บโดดขึ้นเวทีมาโชว์ลีลาเด็ดกันแบบไม่ยั้งรับรองว่า Fever แบบฟินเวอร์ๆ อย่างแน่นอน พร้อมโปรดักชั่นจัดเต็ม 2 รอบ กับเวทีสุดอลังการแบบ 360 องศา เล่นใหม่ ใหญ่กว่าเดิม

งานนี้เล่นใหญ่ เล่นเต็มกันทั้งสองรอบ เสาร์ที่ 9 และอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี จองได้แล้ววันนี้ที่ไทยทิกเกตเมเจอร์ทุกสาขา บัตรราคา 3,000/ 2,500/ 2,000/ 1,500/ และ 1,000 บาท…เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาระเบิดความมันส์ใหญ่ๆ กันอีกครั้ง!

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม


 

 

 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ สิ้น ลู รีด (Lou Reed) ผู้ก่อตั้ง The Velvet Underground

“เพลงอกหัก” สิ้น ลู รีด (Lou Reed) ผู้ก่อตั้ง The Velvet Underground

ลู รีด (Lou Reed) อดีตสมาชิกวง The Velvet Underground วงร็อคต้นแบบดนตรีนอกกระแสแห่งยุค 60-90 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 71 ปี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาในนิวยอร์ค ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด โดยคาดว่าน่าจะเป็นอาการป่วยจากการผ่าตัดเปลี่ยนตับเมื่อช่วงกลางปีที่ทรุดหนักลง

รายงานจากนิตยสาร Rolling Stone ได้ยืนยันการเสียชีวิตของ ลู รีด ศิลปินรุ่นใหญ่อดีตสมาชิกของวง The Velvet Underground ที่เป็นทั้งนักร้อง และนักแต่งเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งแห่งแนวดนตรีพังค์ร็อคนอกกระแสเมื่อช่วงสายของวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

รีด มีชื่อจริงว่า ลูอิส อัลเลน รีด เป็นสัญลักษณ์ของนิวยอร์กเกอร์เต็มขั้น เขาเกิดที่บรูคลินในครอบครัวชนชั้นกลางเชื้อสายยิว ก่อนจะย้ายไปใช้ชีวิตในย่านฟรีพอร์ต ลอง ไอส์แลนด์ เส้นทางในแวดวงดนตรีของ ลู รีด เด่นชัดขึ้นเมื่อได้พบกับ จอห์น เคล ที่เดินทางจากเวลส์มาปักหลักอยู่ในนิวยอร์ก สัมพันธภาพในด้านดนตรีของทั้งคู่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวง The Velvet Underground ทั้งการสร้างโน้ตกีตาร์ในจังหวะที่แปลกใหม่ในยุคนั้นคือการเดินคอร์ดซ้ำๆ กับสำนวนกีตาร์ดิบด้านและบาดหู แต่กลับมีพลังอย่างวิเศษเมื่อคลอไปกับเนื้อหาของเพลงที่ รีด นำเรื่องราวของยาเสพติดและด้านมืดของเรื่องเพศมาเขียนเป็นบทเพลงซึ่งจัดว่าล่อแหลมมากในยุคนั้น ก่อนจะได้สมาชิกเป็นมือกลองหญิง มัวรีน ทัคเกอร์ และมือกีตาร์เบส สเตอร์ลิง มอร์ริสัน มาสมทบ

อัลบั้มแรกของ The Velvet Underground ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีเจใหญ่แห่งเกาะอังกฤษอย่าง จอห์น พีล ที่เชื้อเชิญพวกเขาไปแสดงสดในรายการวิทยุทางบีบีซี แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่นำพาทั้งชื่อเสียงและความแตกแยกมาสู่วงในภายหลังคือการร่วมงานกับศิลปินป๊อปอาร์ตผู้โด่งดัง แอนดี้ วอร์ฮอล ผู้สร้างทั้งภาพลักษณ์ สัญลักษณ์ และอัตลักษณ์ในงานของ VU อย่างชัดเจน เช่นภาพปกอัลบั้ม The Velvet Underground and Nico (1967) รูปกล้วยหอมอันเป็นฝีมือของวอร์ฮอล ที่จัดว่าเป็นงานศิลปะชิ้นประวัติศาสตร์แห่งยุคปัจจุบัน ก่อนจะตามมาด้วยผลงานที่กลายเป็นอัลบั้มขึ้นหิ้งของ VU ทั้ง White Light/White Heat (1968) อัลบั้ม The Velvet Underground (1969) และ Loaded (1970)

อัลบั้ม The Velvet Underground and Nico (1967) ผลงานที่จัดว่าเป็นมาสเตอร์พีซชิ้นหนึ่งของ ลู รีด และชาวคณะ

ความระหองระแหงภายในวง ทำให้ จอห์น เคล และ ลู รีด แยกทางกัน ในปี 1972 ลู รีด เบนเข็มออกผลงานเดี่ยว มีเพลงที่ประสบคงามสำเร็จอย่าง Walk On The wild Side ซึ่งแน่นอนว่ายังคงไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของรายได้และดนตรีกระแสหลัก แต่ความศรัทธาในตัวเขาจากศิลปินอินดี้รุ่นหลังๆ กลายเป็นพลังผลักดันและแรงบันดาลให้เกิดวงดนตรีโพสท์พังค์และเรโทรพังค์ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น U2, Morrissey, Nirvana, Beck, The Strokes และอีกมากมาย

ชีวิตชาวร็อคอันโลดโผนของ รีด ในสมัยวัยรุ่นนั้นจัดได้ว่าครบถ้วนในหลายแง่มุม ทั้งการใช้ยาเสพติด การยอมรับในเพศสภาพของตัวเองว่าเป็นไบเซ็กชวลและความพยายามที่จะบำบัดอาการ ดังกล่าวด้วยการช็อตไฟฟ้าอันเป็นที่มาของเพลง Kill Your Sons ในอัลบั้มเดียวของเขาเมื่อปี 1974

ข้อความสุดท้ายที่ถูกโพสท์ขึ้นทางเฟซบุคแฟนเพจของเขา

ในช่วงบั้นปลาย รีด ยังคงมีผลงานเพลงออกมาเป็นระยะทั้งเดี่ยวและร่วมงานกับศิลปินรุ่นลูก และผันตัวเองไปเป็นกวีในบางขณะ แต่ผลพวงจากการใช้ยาเสพติดอย่างหนักในสมัยวัยรุ่นส่งผลให้สุขภาพของเขาย่ำแย่และมีอาการตับวาย กระทั่งทรุดหนักเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลังจากการขึ้นเวทีแสดงสดครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายน

แม้คนรอบข้างจะทำใจไว้ล่วงหน้าอาการป่วยของเขาจะไม่มีวันกลับมาดีขึ้น แต่ความหวังสุดท้ายของ รีด ก่อนที่เขาจะจากไป นั่นคือการได้กลับขึ้นเวทีแสดงสดอีกสักครั้ง เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ มือกีตาร์เทพร่วมแจมกับ แมว จิรศักดิ์จากโครงการ Sanook! Stage

“เพลงอกหัก” มือกีตาร์เทพร่วมแจมกับ แมว จิรศักดิ์จากโครงการ Sanook! Stage

เฟ้นหากันมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลังจากที่โครงการ Sanook! Stage ของเรา ได้เปิดโอกาสให้คนดนตรีที่มีความสามารถทางด้านกีตาร์มาร่วมกัน cover กีตาร์ในเพลง ถ้ามันมี ของ  เพื่อร่วมกิจกรรมสุด exclusive กับเรา ในที่สุด เราก็ได้ผู้ชนะเลิศในโครงการที่ แมว จิรศักดิ์ ร่วมตัดสินด้วยตัวเอง ต้องขอแสดงความยินดีกับ คุณจักรพันธ์ จันทร์ช่วงโชติ หรือ ปุ๋ย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของเราที่ได้รับคะแนนโหวตท่วมท้นและผลการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์

โดยผู้โชคดี จะได้ร่วมแจมกีตาร์แบบสดๆ กับ แมว จิรศักดิ์ ในรายการ Sanook! Live Chat วันพุธที่ 30 ตุลาคม ห้าโมงเย็นเป็นต้นไป ใครที่อยากดูลีลาของสองปรมาจารย์แห่งด้านกีตาร์มาประชันกัน แถมได้ทั้งสาระและความสนุกนาน ต้องไม่พลาดรายการ Sanook! Live Chat ของเราในวันพุธนี้

คลิ้กชมลีลาการ cover เพลง ถ้ามันมี จากผู้ชนะในโครงการ Sanook! Stage ได้ที่นี่

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ เปิดใจโค้ชแสตมป์ : ลูกทีมผมไม่ใช่ดีว่าส์ แต่น่ารัก

“เพลงอกหัก” เปิดใจโค้ชแสตมป์ : ลูกทีมผมไม่ใช่ดีว่าส์ แต่น่ารัก

เมื่อพูดถึงโค้ชทั้งสี่ท่านของ  นอกจากความฮาและการแลกมุกกันในรายการแล้ว สิ่งที่ทำให้ผู้ชมสนใจและชวนติดตามคือ ความแตกต่างในด้านการทำทีมของโค้ชแต่ละคน ซึ่งต่างก็มีสไตล์เฉพาะตัวตามความถนัดกันไป เมื่อเรานึกถึงโค้ชก้อง สหรัถ เราก็จะนึกถึงขุนพลชาวร็อคเต็มทีม หรือหากนึกถึงโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็จะนึกถึงเหล่านักร้องเสียงพรสวรรค์ หรือถ้าเป็นทีมโค้ชโจอี้ บอย ก็จะนึกถึงคาแรคเตอร์ที่เป็นของตัวเองแบบสุดๆ และมีสไตล์ที่หลากหลายแต่พร้อมจะลุยและมันส์ได้ทุกเมื่อ

แต่สำหรับทีมโค้ช แสตมป์ อภิวัชร์ หลายคนอาจจะมองว่า นี่คือทีมที่เรียบง่ายที่สุดของ The Voice Thailand ซึ่งหากมองจากภายนอกแล้ว สไตล์ของโค้ชแสตมป์เองก็อาจเป็นแบบนั้น ซึ่งโค้ชอารมณ์ดีก็ยอมรับว่า ลูกทีมของตัวเองแต่ละคนอาจไม่ได้มีพลังร้อนแรงเหมือนทีมคู่แข่ง แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเข้ากันได้ดีคือ ความน่ารักในแบบของตัวเอง แฝงความเป็นอินดี้เล็กๆ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ทัศนคติที่ดีต่อการแข่งขัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โค้ชแสตมป์กล้าพูดได้เต็มปากว่า ลูกทีมของเขาทุกคนไม่ใช่แค่นักร้อง แต่เป็น “ศิลปิน” และเป็นเสียงจริง ตัวจริง ไม่แพ้ผู้เข้าแข่งทีมอื่นๆ

ลองมาฟังโค้ชขวัญใจสาวๆ เล่าถึงลูกทีมของตัวเอง ที่มีทั้งสาวเสียงดีที่ทำให้คนไทยกว่าค่อนประเทศตกหลุมรักอย่าง ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง และเป็นตัวเก็งของปีนี้ที่หลายคนจับตา, หนุ่มร็อคลูกชิ้นปิ้งมาดซื่อแต่จริงใจสงกรานต์, เมย์ ฝนพา ว่าที่คุณแม่ที่รักการร้องเพลง เจ้าของแววตาที่มีแต่รอยยิ้มและความสุข รวมถึงเคมีที่ขับเคลื่อนกันอย่างลงตัวจนทำให้ทีมนี้ เป็นอีกหนึ่งทีมที่แฟนๆ The Voice Thailand เทกำลังใจเชียร์อย่างเต็มที่ รวมถึงการได้ ไก่ สุธี แสงเสรีชน คนดนตรีคุณภาพมาเป็นโค้ชผู้ช่วยที่ทำให้เจ้าตัวมั่นใจว่า ทีมของตัวเองปีนี้คุณภาพคับแก้วแน่นอน

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

 

 

 

 


 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ ใน The Voice Thailand Season 2 แย่งกัน Steal! โค้ชเก็บลูกทีมใหม่

“เพลงอกหัก” The Voice Thailand Season 2 แย่งกัน Steal! โค้ชเก็บลูกทีมใหม่

สัปดาห์ที่ 2 ของรอบ Battle ใน  เข้มข้นขึ้นอีกระดับกับการประชันเสียงและการคว้าตัวผู้แพ้กลับมาอยู่ต่อในรายการอีกครั้งกับกติกา Steal ที่ทำให้รายการเข้มข้นขึ้น การดวลไมค์ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีมในสัปดาห์นี้ มีหลายคู่ที่น่าจับตาและหลายคนที่น่าเสียดายเมื่อไม่ได้รับโอกาสในการ Steal จากโค้ช ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่สมหวังได้อยู่ต่อไปในการแข่งขันอีกหลายคนเช่นกัน

แค่เพียงคู่แรกความขลังก็ปกคลุมรายการทันที เมื่อสองสาวเสียงสไตล์คลาสสิคัล โอปอล์ อชิรญาณ์ ศุภลักษณ์นารี และ ปูเป้ ภาณุนาถ บุญฤทธิ์โชค ลูกทีมของโค้ชคิ้ม มาร่ายเวทมนตร์ใส่กันในเพลงร็อค Bring Me To Life ที่ความเป็นนักร้องคลาสสิคของพวกเธอปลุกบรรยากาศแบบกอธิคในรายการได้อย่างน่าสนใจจนถูกยกให้เป็นโชว์ที่ดีที่สุดอีกโชว์หนึ่งประจำสัปดาห์ ทว่าความนิ่งของ โอปอล์ ที่คุมเพลงได้อยู่หมัด ทำให้โค้ชคิ้มต้องตัดสินใจเก็บเธอไว้ในรอบ Knock Out

อีกหนึ่งโอปอล์แต่เป็นโอปอล์ฉบับชายหนุ่ม ประพุทธ์ พิมพามา และ อ้น กันณพงศ์ ธาระเขตร์ จากทีมโค้ชก้อง เอาความนุ่มนวลมาสู้กันในรอบนี้ด้วยเพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ซึ่งหนุ่มอ้นนั้นดูจะหวาดหวั่นคู่แข่งตั้งแต่ตอนซ้อม เพราะออกมาพูดติดตลกว่า โอปอล์ หล่อกว่า ใส่กว่า แถมผมยังยาวกว่า ซึ่งความต่างของทั้งคู่คือฝั่งโอปอล์นั้นมีลูกเล่นลื่นไหลและทำอะไรได้อีกมากมาย ขณะที่ อ้น ก็มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ซึ่งโค้ชก้อง ต้องเลือก โอปอล์ ที่ทำได้เป๊ะกว่า แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่ โค้ช โจอี้ บอย ตัดสินใจ Steal อ้น เข้าทีม ด้วยเหตุผลที่อยากให้อยู่ต่อคือชอบในสไตล์และน้ำเสียงนั่นเอง

มาที่ลูกทีมระดับพระกาฬของโค้ชโจอี้ บอย ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมจอมเทคนิคที่มักจะหาอะไรแปลกๆ ให้ลูกทีมทำตลอดเวลา สัปดาห์นี้ถึงคิวของ กิต กิตตินันท์ ชินสำราญ และ เบ็น ปัณจภรณ์ เอี่ยมวิจารณ์ กับเพลง Time of My Life ความน่าสนใจของคู่นี้คือเมื่อนักร้องโอเปร่ามาพบกับสาวสไตล์แจ๊สก็ว่าแปลกแล้ว แต่ทั้งคู่ยังต้องมาแบทเทิลกันด้วยหมัดเด็ดคือการแร็พอันน่าทึ่ง ซึ่งฝีมืออันไร้เทียมทานก็ทำให้ทั้งคู่ยังได้อยู่ต่อในรายการ โดยโค้ช โจอี้ บอย เลือก กิต ที่ประสบการณ์เหนือกว่า แต่ความไม่ธรรมดาของ เบ็น ก็เป็นสิ่งที่เข้าตาโค้ช แสตมป์ ให้กด Steal โดยไม่ลังเล

ไฮไลท์ที่หนุ่มๆ รอคอยในสัปดาห์นี้ หนีไม่พ้นคู่ของ ตุ๊กตา The Voice จมาพร แสงทอง และ ปลา สุชยา ทองตัน ลูกทีมโค้ชแสตมป์ที่นอกจากจะต้องห้ำหั่นกันที่ความน่ารักแล้ว การร้องของทั้งคู่ที่มีสไตล์ต่างกันก็ยังจะต้องทำให้พิชิตใจโค้ชให้มากที่สุดด้วยในเพลง ไม่บอกเธอ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดเมื่อ ตุ๊กตา ยังได้โอกาสแข่งต่อไปในรอบ Knock Out สมใจหนุ่มๆ และแฟนๆ ที่คอยให้กำลังใจเธออย่างท่วมท้น

อีกหนึ่งคู่ปรับเสียงใสจากทีมโค้ช โจอี้ บอย อย่าง ฝน วารุณี จันทรศิริรังษี และ วอลนัท สายทิพย์ วิวัฒนปฐพี ก็สะกดผู้ชมได้ไม่น้อยในเพลงแค่คุณ ที่พลังในการโหนเสียงสูงไม่มีใครกินกันลง แถมยังมีลูกเล่นไทยเดิมที่สร้างความฮือฮาตามสไตล์โค้ชในตอนท้าย โชว์ของทั้งสองสาวจึงเป็นอีกโชว์หนึ่งที่ปฏิเสธไม่ลง แต่หนึ่งเสียงที่ต้องถูกปฏิเสธไปในรอบนี้คือ วอลนัท ที่ต้องจากเวที The Voice ไปก่อนเวลาอันควร

คู่เอกประจำสัปดาห์ยังหนีไม่พ้นขาร็อคของทีม โค้ชแสตมป์ ที่จับลูกทีมมาห้ำหั่นกลางเวทีได้อย่างมีรสชาติไม่น้อยหน้าทีมร็อคของโค้ชก้อง ในสัปดาห์นี้ คู่หูพระกาฬที่หนีกันไม่พ้นอย่าง ต้า คีตา อินทรสุต และ สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน ซึ่งต้องมาขับเคี่ยวกันในเพลงร็อคที่สมบูรณ์แบบที่สุดของร็อคเมืองไทยอย่างเพลง ยอมแต่งานนี้ทั้งคู่จะยอมกันไม่ได้ การพ่นไฟใส่เสียงสูงของ ต้า กับความเป็นชาวร็อคจากภายในของ สงกรานต์ ทำโชว์ออกมาได้อย่างสะใจ ซึ่งที่สุดแล้ว โค้ชแสตมป์ เลือกความเป็นธรรมชาติและร็อคจากภายในของ สงกรานต์ ให้อยู่กับทีมต่อ แต่ความไม่ธรรมดาของ ต้า ทำให้โค้ชที่เหลืออีก 3 คน ถึงกับไม่รีรอที่จะแย่งกัน Steal เพราะไม่อยากให้เสียงคุณภาพแบบนี้ต้องจากรายการไป ก่อนที่สุดท้าย โค้ชก้อง จะสมหวังได้พลังร็อคเข้าไปร่วมทีมอีกหนึ่งคน


ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ ตุ๊กตามาแล้ว! ลุ้นขวัญใจ The Voice Thailand Season 2

“เพลงอกหัก” ตุ๊กตามาแล้ว! ลุ้นขวัญใจ The Voice Thailand Season 2

กระแสรอบ Battle สัปดาห์แรกดีเกินคาด ทำให้หลายคนไม่อยากพลาดแม้แต่คู่เดียว จึงทำให้ The Voice Thailand Season 2 ยังเป็นที่ตั้งตารอของผู้ชมในรอบ Battle อย่างเหนียวแน่น

ในวีคที่ 2 นี้ ใครที่รอคอยการขึ้นเวทีของขวัญใจ The Voice Thailand Season 2 อย่าง ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง สมหวังแน่นอน เพราะสาวตุ๊กตา จะมาประชันกับสาวเสียงละมุน ปลา สุชยา ทองตัน ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของสัปดาห์เลยทีเดียว

ขณะที่อีกแมทช์ สองหนุ่มพลังร็อคคู่ Battle ในตำนานที่ทุกคนรอคอย หนุ่มร็อคมาดซื่อ สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน จะมาดวลกับหนุ่มร็อคไฮเพาเวอร์ ต้า คีตา อินทรสูต ที่แลกวลีเพลงร็อคเชือดเฉือนกันอย่างได้อารมณ์

ติดตามชมความมันส์ระดับระอุเดือดของการ Battle กันได้ใน The Voice Thailand Season 2 อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ เวลา 17.45 – 19.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

 

 

 

 

 

 

 

PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ แนน The Voice Thailand Season 2 น่ารักและน่าหมั่นไส้!

“เพลงอกหัก” แนน The Voice Thailand Season 2 น่ารักและน่าหมั่นไส้!

เธอไม่ใช่คนหน้าใหม่ของรายการ The Voice Thailand เธอคือคนที่อกหักมานับครั้งไม่ถ้วน (จากคำบอกเล่าของเพื่อนฝูงและแฟนๆ ที่อัพเดทเรื่องราวให้) เธอกวนประสาทตั้งแต่กิริยาท่าทางไปจนถึงการร้องเพลง เธอสร้างความครื้นเครงแต่บางคนก็บอกว่า น่ารำคาญ และเธอผ่านรอบ Battle เข้าสู่รอบ Knock Out ของ The Voice Thailand Season 2 ด้วยการ Steal…. ชีวิตเธอช่างเฉียดฉิวและมีสีสันเสียเหลือเกิน

แนน ลลิตา จึงวัฒนกิจ หรือ แนน The Voice 2 คือคนที่สาวๆ อยากหมั่นไส้ และเป็นสาวที่หนุ่มๆ มากมายอยากรู้จักเธอมากที่สุดในตอนนี้

ความรั่วความฮาของแนน ฉายแววออกมาตั้งแต่รอบ Blind Audition กับเพลง New York ที่เธอเลือกมาร้อง ต้องยอมรับว่าเธอไม่ใช่นักร้องพรสวรรค์ แต่เธอรู้สึก “มันส์” จนกลายเป็นความมุ่งมั่นที่จะร้อง แม้กระทั่ง โค้ชโจอี้ บอย ที่หันมาเพื่อจะเลือกเธอ ยังเอ่ยทักว่า “ฉันจำเธอได้” เพราะเธอคือคนที่อกหักจากเวที The Voice Thailand ในปีแรกมาก่อนนั่นเอง

น่ารัก หรือน่ารำคาญ

แนน กลับขึ้นเวที The Voice Thailand Season 2 อีกครั้งในรอบ Battle ที่เธอต้องขับเคี่ยวกับ ริมมี่ นิดา ดูวาสาวที่มาพร้อมกับอาวุธครบมือในรอบแรก หลายคนมองว่าการปะทะกันของสองสาวในเพลง Like A Virgin นั้น ฝ่ายแนนน่าจะเสียเปรียบตรงที่เทคนิคและน้ำเสียงเป็นรองกว่าทุกด้าน ซึ่งทีสุดแล้วก็ไม่มีอะไรผิดคาด โค้ชโจอี้ บอย ตัดสินใจเลือก ริมมี่ ให้ไปต่อในรอบ Knock Out ด้วยเหตุผลว่า “นี่คือ The Voice ไม่ใช่รายการโชว์” แน่นอนว่าในคำตอบนั้นมีความเสียดายแฝงอยู่ เหมือนจะรู้ชะตาตัวเองเมื่อเธอถามว่า “ตกลงไม่มีใครเอาหนูแล้วใช่มั้ยคะ” จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อโค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ผู้ชอบเชียร์มวยรอง มองเห็นความดีดดิ้นและจริตในการแสดงออกบนเวทีและต่อหน้าโค้ช จึงหยิบยื่นโอกาสให้เธอได้อยู่ในรายการอีกครั้งด้วยกฏ Steal และคารมไหวพริบ การต่อปากต่อคำกับโค้ชอันถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของรายการ ก็ค่อยๆ ผ่านออกมาจากสาวคนนี้ คนที่ทำให้ใครๆ จดจำเธอจากลีลาและการแสดงออกเพียงไม่กี่อึดใจ

กระแสบนโลกออนไลน์หลังจบรายการหลั่งไหลไม่หยุดทั้งการพูดถึงผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ รวมถึงตัวของแนนเอง เสียงชื่นชมคละเคล้ากันไป แต่ที่ไม่น้อยไปกว่ากันคือเสียงวิจารณ์เชิงหมั่นไส้ว่าเธอดูจะ “เยอะ” เมื่ออยู่ต่อหน้าโค้ช การต่อปากต่อคำ การเล่นหัวหยอกล้อ หากใครมองไม่ออกว่าเป็นการสร้างสีสัน ก็จะตัดสินสาวคนนี้ทันทีว่า จริตเยอะเหลือเกิน

ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ลองชมลีลาการร้อง การแสดงออกของเธอจากรอบ Battle ในวันนั้น แล้วตัดสินในใจกันเอาเองว่าที่สุดแล้ว สาวคนนี้คู่ควรและเหมาะสมกับจุดที่เธอกำลังยืนอยู่มากน้อยแค่ไหน

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม


PostHeaderIcon เพลงซึ้งๆ มหกรรมคนเสียงดีที่พ่ายแพ้จาก The Voice Thailand Season 2

“เพลงอกหัก” มหกรรมคนเสียงดีที่พ่ายแพ้จาก The Voice Thailand Season 2

ดูไป ยิ้มไป เสียดายไป คืออารมณ์อันหลากหลายที่เกิดขึ้นหลังจากรอบ Battle ของ The Voice ThailandSeason 2 จุดพลุประเดิมเวทีกันไปเมื่อวานนี้ โดยเฉพาะอารมณ์เสียดายอย่างสุดๆ ของผู้เข้าแข่งขันบางคนที่ทำให้ผู้ชมดราม่าน้ำตาซึมพร้อมคำถามมากมาย ว่าทำไมโค้ชจึงไม่เลือก ทำไมโค้ชที่เหลือจึงไม่ Steal (กติกาการแข่งขันในรอบ Battle ที่ผู้เข้าแข่งขันซึ่งแพ้ไปแล้วสามารถถูกโค้ชทีมอื่นดึงตัวไปร่วมทีมได้)

ลองมาดูกันว่า ผู้แพ้แต่ชนะใจผู้ชมจากรอบ Battle ชุดแรกที่ผ่านมา เขาและเธอเหล่านั้นมีใครกันบ้าง

เจนนี่ เสียงสวรรค์ ฉัน (อยาก) ร้องเพลงไทย

เธอถูกวางให้อยูู่ในวีคแรกของการออกอากาศ The Voice Thailand Season 2 ทำให้หลายๆ คนที่มาติดตามย้อนหลังอาจพลาดฟังเสียงของเธอในรอบ Blind Audition ที่เธอร้องเพลง Somewhere Only We Know ได้เป๊ะทุกอักขระและอารมณ์ เพราะเธอคือสาวอินเตอร์เต็มตัว เจนนี่ เจนนิเฟอร์ แล็คเกรน ลูกทีมสุดหวงของโค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ชวดบันไดก้าวที่สามไปเพียงนิดเดียว เพราะเธอถูกวางตัวประกบกับ แบงค์ วัชระ กันธุ์ยาภรณ์ สมาชิกวง HRU ผู้มีทีเด็ดในการร้องเพลงสากลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเด็กอินเตอร์ ผลคือเจนนี่ต้องจอดป้ายเพราะการดวลกับนักร้องชายในเพลงที่เป็นผู้ชาย..ผู้ชาย มากๆ อย่างเพลง When I Was Your Man เธอถูกกลบบทบาทให้เป็นเพียงแค่ลูกคู่

ผู้ชมหลายคนรอให้โค้ชที่เหลือกดปุ่มเพื่อ Steal แต่สิ่งที่คาดหวังก็ไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม คล้อยหลังจากการ Battle ของเธอผ่านไป มีคอมเมนท์จากโลกออนไลน์พยามวิเคราะห์สาเหตุที่ เจนนี่ The Voice ต้องตกรอบ เสียงส่วนหนึ่งมองว่าการสื่อสารภาษาอังกฤษกับเจนนี่คือเรื่องยากสำหรับโค้ชที่จะเทรนให้เข้าใจ ดังเช่นความเห็นหนึ่งจากเฟซบุค แต่ที่เด็ดกว่านั้นคืออีกไม่กี่อึดใจ เจ้าตัวก็เข้ามาตอบเป็นภาษาไทยปนอังกฤษว่า “ฉันสามารถร้องเพลงไทยได้มากกว่า ช้าง ช้าง ช้าง” ซึ่งเธอบอกว่า การร้องเพลงไทยไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ แต่ก็ยังทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณทุกๆ ความเห็นทั้งบวกและลบ เรียกว่าเป็นผู้แพ้ที่สปิริทแรงกล้าและกำลังใจดีเยี่ยมจริงๆ

 

บีน พิน The Voice ของพวกเธอยังอีกยาวไกล

สองสาวเพื่อนซี้วัยเพียง 16 ปี กลายเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเธอต้องดวลความสามารถแบบรุ่นเล็กกับ ลูกพีช รพีพร ตันตระกูล โดยไม่มีใครคาดคิดว่า เด็กสาวใสๆ ที่ดูธรรมดาจะสามารถสะกดผู้ชมทุกคนด้วยเพลง วอน ในฉบับร้องและเรียบเรียงใหม่ ไม่ว่าฟังเสียงเอื้อนก็ไพเราะจับใจ หรือการประสานเสียงก็ทำได้อย่างลื่นไหลและลงตัว เป็นโชว์ที่ทุกคนบอกว่า ชมแล้วเพลินที่สุด จนถึงขณะนี้ บนไทม์ไลน์และสเตตัสทั้งเฟซบุคและทวิตเตอร์ ถึงกับพร้อมใจกันติดแท็ก #วอน ควบคู่ไปกับแท็ก #ThevoiceTH เพียงเพื่อจะได้แชร์ เนื้อเพลง วอน แบบไม่ให้ตกกระแส

แม้จะตกรอบไปค่อนข้างเร็ว แต่พรสวรรค์ของทั้ง บีน และ พิน ตามที่โค้ชคิ้มทิ้งท้ายไว้ให้เป็นกำลังใจ ก็เชื่อแน่ว่า อนาคตบนเส้นทางสายดนตรียังเปิดโอกาสต้อนรับพวกเธอเสมอ

 

ชาวร็อคไม่ใช่แมสเซนเจอร์ กอล์ฟ ผู้แพ้ที่ไม่มีใครดูถูก

ร็อคเสียงแหบเสน่ห์ กับร็อคสเตจกว้างทรงพลัง เมื่อต้องมาอยู่บนเวทีเดียวกันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะต้องมาห้ำหั่นกันเอง แต่ กอล์ฟ เลิศวิทย์ ชาญนิคม ก็ทำให้พลังของชาวร็อคดูหนักแน่นและมีหลากหลายมากขึ้น หลังจากดวลกับ แซม เสริมศาสตร์ เดอโรซาริโอ ในเพลง พูดค่อยๆ โค้ชก้อง ผู้ดูแลและถ่ายทอดวิชา ยังถึงกับเอ่ยปากว่า “มันโคตรๆ” แม้ท้ายที่สุดจะต้องเหลือตัวจริงเพียงหนึ่ง แต่ทุกคนก็ยังปรบมือให้กำลังใจหนุ่มร็อคจากภูเก็ตคนนี้อย่างท่วมท้น ส่าวนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องราวของเขาเพิ่งจะก่อกระแสดราม่าเล็กๆ หลังจากถูกโค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม หยอดคำแซวแบบไม่ค่อยเหมาะสมว่าเหมือนพนักงานส่งเอกสาร แถมเห็นหน้าแล้วยังไม่กล้าวางกระเป๋าเพราะกลัวจะเป็นผู้ร้าย สร้างความไม่พอใจแก่ชาวเน็ตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพอสมควรทีเดียว

ผู้สนับสนุน “เพลงใหม่” >> : http://radio.sanook.com

เรียบเรียงโดย : เพลงอกหัก ดอท คอม

 

facebook fanpage s! radio
ผู้สนับสนุน”เพลงอกหัก.com”
Plugin from the creators of Brindes Personalizados :: More at Plulz Wordpress Plugins